หาเงินบนเว็บไซต์อเมซอน

น่าจะรู้ตั้งนานแล้ว หลากหลายวิธีการสร้างรายได้บน Amazon

ว่ากันไปแล้ว มีวิธีการมากมายในการทำเงินบน Amazon  ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณจะสำเร็จและรวยจากมันได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเวลาที่คุณอุทิศให้กับมันนั่นเอง! วันนี้ทางอเมซอนกูรูจะนำเสนอการสร้างรายได้จากอเมซอนใน 3 รูปแบบที่เริ่มต้นได้ไม่ยากกันครับ รวมถึงข้อดีข้อเสียในแต่ละแบบครับ

1. ขายสินค้า (Sell Products):

     ในฐานะตลาดสินค้าอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Amazon ทำให้ง่ายต่อการขายสินค้าออนไลน์และเข้าถึงลูกค้านับล้านในทุกๆวัน โดยมีหลายวิธีที่คุณสามารถขายสินค้าของคุณได้

1.1 ขายปลีก (Sell Retail) – หลังจากที่คุณซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณมาในราคาขายส่งแล้ว คุณก็ขายในราคาขายปลีกให้กับลูกค้าใน Amazon นั่นเอง อัตรากำไรของคุณคือสิ่งที่เหลือหลังจากที่หักค่าต้นทุนสินค้า และจ่ายค่าธรรมเนียมของ Amazon รวมถึงค่าใช้จ่ายทั่วไปและการตลาดที่เกี่ยวข้อง 

1.2 การค้ากำไรการค้าปลีก (Retail Arbitrage) – พูดง่ายๆคือการซื้อมาขายไป ในลักษณะค้าปลีก นั่นคือเมื่อคุณซื้อสินค้าที่ร้านค้าแห่งหนึ่งอาจจะเป็นร้านออนไลน์หรือออฟไลน์ (โดยปกติจะมีส่วนลด หรือ ซื้อได้ในราคาที่ถูก) จากนั้นจึงขายใน Amazon เพื่อหากำไรนั่นเอง

Amazon Retail Arbitrage Seller

                   การเก็งกำไรค้าปลีกทั้งสองรูปแบบ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขายสินค้าใน Amazon ผู้ขายที่เก็งกำไรในร้านค้าปลีกสามารถใช้บริการ Fulfillment by Amazon (FBA) ในการจัดการสินค้าคงคลัง รับสินค้า บรรจุหีบห่อและดำเนินการส่งให้กับลูกค้า รวมถึงติดต่อสื่อสารกับลูกค้าแทนผู้ขายได้แบบครบวงจร ผู้ขายแค่ส่งสินค้าไปสต็อคที่อเมซอนและทำการตลาดเป็นระยะๆก็เพียงพอแล้วหากสินค้านั้นๆเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อนั่นเอง หรือผู้ขายจะส่งสินค้าเองจากต้นทางก็สามารถทำได้เช่นกันผ่านทาง Fulfillment by merchant ดังนั้นรูปแบบธุรกิจจึงมีความเรียบง่ายคือ คุณต้องหาซื้อสินค้าที่คุณเชื่อว่าคุณสามารถขายได้ และมีกำไรที่ชัดเจนหลังจากค่าใช้จ่ายต่างๆของ Amazon แล้ว  อย่างไรก็ตามการทำในรูปแบบนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ

 ข้อดี:

– มีการลงทุนเริ่มต้นที่ต่ำ ก็สามารถเริ่มต้นทำได้
– มีความเสี่ยงที่ต่ำต่อการสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก เพราะสามารถลงทุนทีละน้อยได้นั่นเอง
– มีระบบรองรับที่ยอดเยียมในการสร้างธุรกิจแบบ passive ผ่าน Amazon FBA
– เป็นวิธีที่ดีในการทดสอบตลาด ผลิตภัณฑ์หรือช่องทางใหม่
– ช่วยให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากการขายสินค้าตามฤดูกาลและตามความต้องการขอลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ข้อเสีย:

– มีการแข่งขันสูงเนื่องจากผู้ขายสามารถขายสินค้าแบบเดียวกันได้ ในหน้าเดียวกัน (Buy box competition)
– ต้องใช้เวลามากในการหาสินค้าที่ต้องการนำมาขาย
– ไม่ได้สร้างความแตกต่าง ไม่มีความโดดเด่น โตได้ยาก

 

1.3 การสร้างแบรนด์ส่วนตัว (Private Label) – คือการที่คุณมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยบริษัทอื่นและใส่ชื่อของคุณหรือชื่อแบรนด์ของคุณบนผลิตภัณฑ์ ในฐานะผู้ค้าปลีกนั่นเอง   

                 การสร้างแบรนด์ส่วนตัวเป็นกลยุทธ์ที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นบนแพลตฟอร์มของ Amazon เนื่องจากมันกลายเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่จะชนะ Buy Box หากคุณต้องแข่งขันกับร้านค้าปลีกอื่น ๆ ที่ขายสินค้าที่เหมือนกันเลย  ดังนั้นในฐานะผู้ขาย คุณจะต้องติดต่อหรือหาหนทางเพื่อหาสินค้าและจ้างผู้ผลิตให้ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของคุณนั่นเอง

ข้อดี:

– เหมือนเป็นการสร้างสินทรัพย์ (Private Label Brand) มูลค่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไปพร้อมกับเวลาและทรัพยากรที่คุณได้ใส่ลงไป
– ไม่ต้องวุ่นวายกับสินค้ามากนัก หากติดต่อกับทางผู้ผลิตให้ส่งสินค้าไปยังโกดัง Amazon ได้โดยตรงผ่านทาง FBA
– โอกาสที่จะขายให้กับร้านค้าปลีกรายอื่นๆ หรือช่องทางการขายอื่น ๆ นอก Amazon
– ไม่ต้องแชร์ Buy Box กับร้านอื่นๆ

ข้อเสีย:

– ต้องใช้เวลาและต้นทุนมากขึ้นในการเริ่มต้นทำ
– ต้องใช้ความท้าทายและความพยายามในการหาสินค้าที่ดี รวมถึงการติดต่อประสานงานกับทางผู้ผลิตเพื่อผลิตสินค้าให้เรา
– ง่ายต่อการโดนลอกเลียนแบบ และเสนอขายในราคาที่ต่ำกว่า

 

2. ตัวแทนโฆษณาการขาย (Affiliate Sales)

         เป็นโปรแกรมการตลาดแบบออนไลน์ที่ช่วยให้เว็บไซต์และบล็อกเกอร์สามารถโปรโมทและโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ขายอยู่บนเว็บไซต์อเมซอนได้ หากลูกค้าคลิกลิงก์และสั่งซื้อผลิตภัณฑ์  ผู้ที่ทำ Affiliate จะได้รับคอมมิชชั่นสูงถึง 10% ของยอดขาย พูดง่ายๆเหมือนเป็นการบอกต่อหรือช่วยเป็นผู้ขายแล้วรับส่วนแบ่งนั่นเอง

Amazon Affiliate Sales

โปรแกรม Amazon Associates เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างรายได้จาก Amazon เนื่องจากสามารถทำได้ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับพลังที่คุณจะใส่ลงไป คุณเพียงแค่สร้างเว็บไซต์บนโลกออนไลน์หรือบล็อค แล้วทำให้คนจำนวนมากเข้าไปคลิ๊กซื้อสินค้าผ่านทางลิงค์บนเว็บไซต์หรือบล็อคนั่นเอง

ข้อดี:

– ปรับและขยายขนาดของธุรกิจได้เรื่อยๆ            
 – เป็นการสร้างรายได้แบบ passive            
– ลองทำการตลาดกับสินค้าต่างๆได้ฟรีๆ
– สามารถเจาะลึกกลุ่มสินค้ามีคู่แข่งน้อย หรือสินค้าที่คุณหลงใหล
– ทำงานได้ทุกที ขอแค่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

 ข้อเสีย:

–  ต้องใช้เวลาและความพยายามในการสร้างการเข้าชมเว็บไซต์
–  ต้องมีความรู้ด้านการตลาดเพื่อสร้างเว็บไซต์และการเข้าชม
 

 3. การขาย e-book (Kindle Publishing)

      Amazon มีแพลตฟอร์มเผยแพร่ชื่อว่า Kindle Direct Publishing ซึ่งช่วยให้ผู้เขียนสามารถเผยแพร่ eBook และขายใน Amazon และ Kindle Store ได้นั่นเอง มันเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างรายได้แบบ passive ถ้าคุณได้พบหัวข้อที่ดีในการเขียนและสามารถทำให้เกิดยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเขียนหัวข้อในสิ่งที่เกี่ยวกับอาชีพของคุณเอง หรือเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่คุณมีความเชี่ยวชาญนั่นเอง

Amazon Kindle e-book

ข้อดี:

– ค่าใช้จ่ายต่ำมาก (แต่ต้องใช้เวลาในการเตรียมนาน เพื่อเขียนให้ดีนั่นเอง)            
– สร้างแบรนด์ส่วนบุคคลของคุณในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล            
– สามารถจ้างคนอื่นทำแทนได้ในส่วนของการเขียน การแก้ไข การออกแบบ หรือ กระบวนการอื่นๆที่จะช่วยประหยัดเวลา
– ยากสำหรับผู้เข้าแข่งขันใหม่ในการแข่งขันได้ทันที
– สร้างรายได้จากทุกที่ ทุกเวลา

ข้อเสีย:

–  ต้องมีความมุ่งมั่นและใช้เวลาในการทำค่อนข้างนาน เว้นแต่มีความเชี่ยวชาญในหัวข้อนั้นๆอยู่แล้ว
–  ยากที่จะโดดเด่นหรือขายได้หากเป็นหัวข้อที่มีคนเขียนเยอะ และมีคู่แข่งจำนวนมาก
         

หวังว่าบทความนี้จะเป็นไอเดียให้คนที่อ่านเริ่มต้นหาเงินจาก Amazon ให้ได้นะครับ

แปลและดัดแปลงเนื้อหาจาก: https://www.junglescout.com/blog/4-ways-to-successful-amazon-seller/

ใส่ความเห็น